History

จักรกลแห่งนวัตกรรม

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นิทรรศการโลกทำหน้าที่บันทึกความสำเร็จของความก้าวหน้าในด้านต่างๆ รวมถึงทำให้ประดิษฐกรรมใหม่ๆ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในเชิงพาณิชย์

นิทรรศการโลกครั้งแรกๆ ซึ่งจัดขึ้นที่นครลอนดอนและปารีส รวมทั้งสหรัฐอเมริกา เป็นเสมือนเวทีแห่งยุคเครื่องจักรกล เครื่องจักรไอนํ้าขนาดมหึมาในช่วงแรก ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นไดนาโมไฟฟ้าในภายหลัง ซึ่งก่อให้เกิดนวัตกรรมตามมานับร้อยๆ อย่าง ตั้งแต่หลอดไฟฟ้า โทรศัพท์ การบันทึกเสียง จักรเย็บผ้า จนนำมาสู่ความสำเร็จด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม ด้วยสิ่งก่อสร้างเช่น หอไอเฟลและพระราชวังอันงดงามหลายแห่งในใจกลางเมืองปารีส รวมถึงรูปแบบของสถาปัตยกรรมเช่น อาร์ต นูโว ก็เผยแพร่และได้รับความนิยมไปทั่วโลก

ในเวลาต่อมา นิทรรศการโลกได้พัฒนาสู่ความเป็นพาณิชย์มากขึ้น โดยแสดงผลิตภัณฑ์รถยนต์ เครื่องบิน หรือแม้กระทั่งจรวดรุ่นล่าสุด และให้ความสำคัญมากขึ้นกับ “โลกแห่งอนาคต” ดังเช่น การเปิดตัวการแพร่ภาพกระจายเสียงทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก การก้าวเข้าสู่ยุคของปรมาณูและอวกาศตามลำดับ นอกจากนี้ หุ่นยนต์ยังเป็นจุดเด่นของมหกรรมครั้งต่อๆ มาที่จัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงทศวรรษที่ 1970-1980

สำหรับนิทรรศการที่จัดขึ้นในยุคปัจจุบันนี้ ได้ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมที่เกี่ยวกับความท้าทายของโลกในเวลานี้ เช่น น้ำและสิ่งแวดล้อม พลังงานทดแทน ชีวิตในเมือง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

ประสบการณ์อันยาวนานของประเทศไทยในงานมหกรรมโลกเวิลด์ เอ็กซ์โป

ประเทศไทยเคยเข้าร่วมงานมหกรรมโลกเวิลด์ เอ็กซ์โปมาแล้ว 31 ครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2405 (ค.ศ. 1862)

ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 นับเป็นประเทศที่ 3 ในภูมิภาคเอเชียที่เข้าร่วมงานนี้ อีกสองประเทศแรกได้แก่ ประเทศจีนและญี่ปุ่น จากนั้นประเทศไทยก็ได้เข้าร่วมงานมหกรรมโลกเวิลด์ เอ็กซ์โปตลอดมาทั้งที่จัดขึ้นในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ ชื่อของประเทศไทยจึงบันทึกอยู่ในรายชื่อสมาชิกของสำนักงานมหกรรมโลกที่มีฐานะเป็นผู้เข้าร่วมงานที่โดดเด่นต่อเนื่องสมํ่าเสมอที่สุดประเทศหนึ่ง

Thailand Pavilion 2020 Moment