UAE

THE UNITED ARAB EMIRATES (UAE) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

A land rich in history and tradition

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates หรือ UAE) เป็นประเทศในตะวันออกกลางตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอ่าวเปอร์เซีย ทิศตะวันตกและใต้ติดกับประเทศซาอุดีอาระเบีย และทิศตะวันออกติดกับประเทศโอมาน มีพื้นที่ประเทศรวมประมาณ 83,600 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย มีประชากรประมาณ 9.4 ล้านคน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามและใช้ภาษาอาหรับเป็นภาษาทางการ

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เกิดจากการรวมตัวของ 7 รัฐ โดยได้สถาปนาเป็นประเทศเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2514 ปัจจุบันมีอายุ 47 ปี (นับถึงปี พ.ศ. 2561) ถือเป็นประเทศน้องใหม่ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่ของประเทศมาจากการส่งออกน้ำมันดิบควบคู่กับการเป็นศูนย์กลางการค้าในภูมิภาค

UAE ได้มีการกำหนด “UAE Centennial 2071” ขึ้นซึ่งเป็นแผนระยะยาวของรัฐบาลสืบเนื่องจากแผนปี 2021 ที่ครอบคลุมยุทธศาสตร์ระดับชาติเพื่อเสริมสร้างชื่อเสียงและอำนาจละมุน (Soft Power) ของประเทศ ให้แน่ใจว่ารายได้ของรัฐบาลมีแหลงที่มาหลากหลาย ลดการพึ่งพารายได้หลักจากการผลิตน้ำมัน โดยมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการศึกษาด้านไอที และวิศวกรรมขั้นสูง รวมถึงปลูกฝังการเห็นคุณค่าในชาติ และส่งเสริมจริยธรรมให้กับประชาชน เพื่ออนาคตของประเทศ

Dubai The City of the Future

‘ดูไบ’ นับเป็นเมืองสำคัญของโลกที่อายุน้อยที่สุดแห่งหนึ่ง โดยใช้ระยะเวลาเพียงสองทศวรรษก็สามารถเป็นที่รู้จักในแถวหน้าของนักธุรกิจนักลงทุน เพราะเป็นเมืองท่าสำคัญ มีแหล่งชอปปิ้ง และสถานบันเทิงที่หรูหราที่สุดของโลก แต่ยังคงความแข็งแกร่งในการรักษาวัฒนธรรมชาวอาหรับได้อย่างชัดเจน พร้อมกับการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ด้วยเป้าหมายในการผลักดันประเทศให้กลายเป็นศูนย์กลางของโลกในการสร้างสิ่งที่ดีกว่าเพื่ออนาคต

Wonder of the World

‘ดูไบ’ คือ เมืองใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สัญลักษณ์ของความร่ำรวยและเป็นเมืองที่รวบรวมสิ่งก่อสร้างงดงามมหัศจรรย์ระดับ “ที่สุด” ของโลกไว้มากมาย ทั้งสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างตึกรูปทรงแปลกตา รวมถึงตึกที่สร้างสถิติเป็นสูงที่สุดในโลกอย่าง ตึกเบิร์จคาลิฟา (Burj Khalifa) ที่ตั้งตระหง่านกลางเมือง ด้วยความสูง 828 เมตร ของตึกทั้งหมด 163 ชั้น สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 2010 ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างถึง 6 ปี ออกแบบโดย เอเดรียน สมิธ ทีมจากสำนักงานสถาปนิก เอสโอเอ็ม (SOM = Skidmore, Owings & Merrill) บริษัทชั้นนำด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมในระดับโลก ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากดอกไม้ในทะเลทรายในตระกูล Hymenocallis สถาปัตยกรรมรูปเลขาคณิตมีฐานเป็นตัว Y ทำให้โครงสร้างของอาคารมีความมั่นคง ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของประเทศและความคงอยู่ของวัฒนธรรมในประเทศ

อีกสถานที่หนึ่งที่คนมักจะนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ไม่แพ้กัน ทั้งยังเป็น Dream Destination ของคนทั่วโลก คือ หมู่เกาะต้นปาล์ม (The Palm Islands) หมู่เกาะที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งเป็นพระราชดำริของ เชค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิต อัล มาคทูม (Shiekh Mohammed Bin Rashid Al Maktoum) เจ้าผู้ปกครองเมืองดูไบ นายกรัฐมนตรีและรองประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่มีความต้องการให้ดูไบเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในตะวันออกกลาง เริ่มจากการถมทะเลให้เป็นเกาะรูปต้นปาล์มแล้วล้อมรอบด้วยเสี้ยววงกลมยื่นออกไปในอ่าวเปอร์เซีย โดยใช้ทรายในทะเลทรายที่มีอยู่ ภายในเกาะมีที่พัก ภัตตาคาร ห้างสรรพสินค้าและยังมีสกีโดมที่เป็นศูนย์เล่นสกีหิมะในร่มบนเกาะอีกด้วย

Thailand and UAE

ประเทศไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาช้านาน เนื่องจากเป็นประเทศคู่ค้าตั้งแต่อดีต ประเทศไทยนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นอันดับ 1 และได้ส่งออกพืชผลทางการเกษตรของไทยให้กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ชาวอาหรับเอมิเรตส์มีความเชื่อมั่นในมาตรฐานสินค้าของไทยเป็นอย่างมาก รวมถึงชื่นชอบลักษณะนิสัยของคนไทย ที่แสดงออกถึงความมีน้ำใจ มิตรไมตรีและมีอัธยาศัยที่โดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานบริการ ซึ่งต่อยอดไปจนถึงการบริการทางการแพทย์ จนทำให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายสำคัญในการเดินทางมาพำนักเพื่อรักษาพยาบาลและการดูแลสุขภาพสำหรับชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงผู้คนในภูมิภาคตะวันออกกลางอีกด้วย